ว่าด้วย.. การสารภาพรัก

posted on 11 Apr 2008 20:22 by adellita

ไปอ่านเจอมาค่ะ  คิดว่าเป็นอะไรที่อยากให้หลายๆคนได้อ่านด้วย

ความรัก ระหว่างคนสองคน มักเริ่มต้นรักไม่พร้อมกัน
บางครั้ง ผู้ชายก็เป็นฝ่ายเริ่มต้นรักผู้หญิงก่อน
บางครั้ง ผู้หญิงก็เป็นฝ่ายเริ่มต้นรักผู้ชายก่อน
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะรักเท่าเทียมกัน
แต่ในเรื่องของ การสารภาพรัก นั้น
ผู้หญิงกลับทำได้ยากกว่าผู้ชาย
เพราะศักดิ์ศรี
เพราะความน่าอาย
เพราะเงื่อนไขในใจ
เพราะกลัวกลายเป็นคนไร้ค่าถ้าหากถูกเขาปฏิเสธ
ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตั้งกฎขึ้นว่า.....ผู้หญิงไม่ควรเป็นฝ่ายแสดงความรู้สึกก่อน
ต้องรอ.......ให้ผู้ชายเดินมาคุกเข่าขอความรักตรงหน้าเท่านั้น

จะเป็นไรไหม????
ถ้าเราจะเปลี่ยนกฎให้กับหัวใจตนเอง
เมื่อรัก ก็ไม่อายที่จะบอกว่ารัก เพราะความรักไม่ใช่เรื่องน่าอาย
แต่การบอกรักนั้น ต้องไม่ทำให้เจ็บปวดหรือเดือดร้อน
ต้องดูให้แน่นอน ว่าเขาไม่มีผู้หญิงอีกคนซ่อนอยู่
ต้องเรียนรู้ให้แน่ใจ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายแบบที่ว่า........
ยังไม่มีแฟนแต่ก็ควงแขนกับใครไปทั่ว

การสารภาพรัก คือการเสี่ยงโชคอย่างหนึ่ง
คนที่ตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึก จึงมีสิทธิ์ที่จะอกหักพอ ๆ กับสมหวัง
แต่ก็ไม่ใช่เราไม่สามารถคาดเดาคำตอบได้เอาซะเลย
กับท่าทีที่เขามีกับเรา
ถ้ารู้จักสังเกต เราก็น่าจะพอรู้ว่าเขาคิดอะไรกับเราอยู่ไหม
ชวนไปกินข้าว เขายอมไปด้วยหรือป่าว
โทรศัพท์ไปหา เขาคุยกับเราอย่างสนิทใจหรือป่าว
เมื่อมองไป เขามองกลับมาหรือป่าว

ถ้าสรุปได้ว่า เขาเองก็ไม่ได้ทำตัวห่างเหินกับเราซะทีเดียว
ก็อย่าลังเลที่จะบอกไปว่า " รักเธอ "
ความรักจะเป็นคำที่ไพเราะ และไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะ
ขอเพียงเราพูดคำว่านี้ออกมาจากหัวใจที่แท้จริง
และแม้ว่าหลังจากบอกไปแล้ว
คำตอบที่เขามี จะไม่ได้เป็นอย่านี้ที่เราหวัง
ร้องไห้ออกมาก็ได้ ถ้าหัวใจรู้สึกเศร้า แต่อย่าลืมภูมิใจในตัวเอง
ที่ถึงจะไม่ได้รับความรักตอบ
แต่เราก็คือผู้หญิงที่มีความกล้าหาญรัก
ซึ่งดีกว่าอีกหลายๆคน ที่รักเขาจนล้นใจ
แต่ก็ต้องเก็บไว้เป็นความลับอยู่อย่างนั้นตลอดชีวิต
หวาดกลัว ความผิดหวัง มากซะจนที่ไม่กล้าบอกรักใครเลย

คนที่เศร้าที่สุด
จึงไม่ใช่คนที่ตัดสินใจสารภาพรักแล้วโดนปฏิเสธจากความรัก
แต่คือคนที่...รู้สึกรัก หากต้องกลั้นใจพูดว่า.....ไม่รัก

 

ถ้าใครได้อ่านแล้วก็ ตัดสินใจเอานะ ว่าจะเก็บไว้ หรือพูดความในใจออกมา....

 

.........สารภาพ.............

 

edit @ 11 Apr 2008 20:32:40 by @ลิซซ

ไม่รู้ว่าแต่ละคนมีมาตรฐานเอาไว้กะเกณฑ์กันยังไงว่าถึงช่วงไหนของชีวิตที่จะต้องเริ่มมีความจริงจังขึ้นมาเรื่อยๆ

อาจจะเริ่มจริงจังกับสิ่งใกล้ตัวแต่ละเรื่องๆ จนบางคนเกือบจะทุกเวลาทุกเรื่องในการดำเนินชีวิตจริงจังไปซะหมด(เจอคนแบบนี้ก็เหนื่อยใจเหมือนกัน)

ตั้งแต่เกิดมาเนี่ยเริ่มจะรู้สึกไม่อยากโตเลย เดี๋ยวเจอนู่นเจอนี่ให้น่าปวดหมอง

ถ้าหยุดเอาไว้แค่นี้  ให้เราโตอยู่แค่นี้ เราก็คงจะสบายใจล่ะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก บางทีก็ให้พ่อแม่คิดแทนให้

แต่ในหลักความเป็นจริงล่ะ--ที่หนีไม่พ้น

เติบโตขึ้นอยู่ทุกวัน ก็เห็นๆอยู่ตลอด ก็ได้แต่หวังว่าตัวเราเติบโตขึ้น จิตใจและความคิดของเราก็โตขึ้นเหมือนกัน

เติบโตขึ้น..

เติบโตขึ้น..

จนเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่รู้ว่า ต่อไปจะเป็นอะไร

อยากเรียนอะไร  จบมาจะทำอะไร

ครูแนะแนวที่เคยเรียนมาก็ทำหน้าที่แนะแนวไม่ได้ขาดตกบกพร่องอะไร

แต่เป็นที่ตัวเราเองที่ไม่เข้าใจ  ..ไม่สิ  เหมือนจะไม่เข้าถึง

ครูก็บอกว่าถามตัวเองให้ดี ถามความต้องการของตัวเอง ว่าอยากเป็นอะไร  ชอบอะไรล่ะ ชอบเรียนวิชาไหน ชอบทำอะไรเป็นพิเศษ ถนัดด้านไหน

พอจะตอบแต่ละคำถามนี่......   บางข้อก็เลือกไม่ถูก  ไม่แน่ใจ อะไรๆมันก็เหมือนยังหาสิ่งที่มากที่สุดไม่เจอ

บางข้อที่ตอบไว้ในใจก็มีตั้ง 3-4 ตัวเลือก

 

ทำไมเวลาถามว่าตัวเองต้องการอะไร เราถึงไม่ได้คำตอบล่ะเนี่ย

ไม่แน่ใจว่าแบบนี้เค้าเรียก ว่าสับสนในตัวเอง รึเปล่า

เฮ้ออออออออ...

ทั้งที่ตอนเด็กๆเวลาใครๆถามว่าอยากเป็นอะไร ยังตอบได้แบบไม่ต้องหยุดคิดซักวินาทีเลย

ถามปุ๊ป-ตอบปั๊ป   

หมอค่ะ หมอค่ะ หมอค่ะ   และมีช่วงนึงที่ตอบว่า  ทนายความค่ะ..

พอโตมาแล้วคงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรมากกว่าเมื่อก่อน

..รู้ว่าถ้าจะทำแบบนี้ มันต้องผ่านพ้นความยาก ความอดทนมากมายแค่ไหน

.............แล้วตอนนี้พอใครถามว่าจะเรียนอะไร.................ก็ตอบตัวเองอยู่ในใจว่าคงไม่ใช่ความฝันเมื่อตอนเด็กๆอีกแล้วล่ะ

--------

ไปอ่านเจอเว็ปนึงเป็นบทความเกี่ยวกับจิตวิทยา  ของ หมื่นทิพ_TRAVOLTA

เราคิดว่าอ่านเรื่องแบบนี้แล้วก็เพลินดี  ปกติก็สนใจบทความประเภทนี้อยู่แล้ว

เริ่มคิดว่า อยากเรียนจิตวิทยา....

....แล้วถ้าโตไปเลือกเรียน จิตวิทยา เนี่ย    จะเวิร์คมั้ย?

(ไม่ได้คิดว่าจบมาจะเป็นหมอจิตฯนะ ไม่ได้คิดว่าจบมาแล้วจะเป็นยังไงต่อไป ..แค่คิดว่าอยากเรียน..)

ลาจาก

posted on 14 Feb 2008 18:16 by adellita

วาเลนไทน์ปีนี้

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับความรักให้มากๆ 

ได้มีโอกาสมอบความรักให้กับคนที่ตัวเองรัก และได้รับความรักจากคนรักเช่นกัน^^

ช๊อคโกแลตวันวาเลนไทน์อาหร่อยยยยยยยยย

 

วาเลนไทน์ครั้งนี้ตรงกับงานปัจฉิมของพี่ๆ ม.6 โรงเรียนเรา

ครึกครื้นกันมากยิ่งตอนกลางวัน  ล้อมโต๊ะในโรงอาหาร ร้องเพลง และเก็บบันทึกภาพความทรงจำดีๆไว้

รู้สึกใจหาย...

เวลาแห่งความสุขผ่านพ้นไปรวดเร็ว...เหมือนยังไม่ทันตักตวงความสุขนั้นเก็บไว้อย่างเต็มที่ ดังเช่นที่เคยมาดหมายไว้

จะไม่มีภาพพี่ๆที่รู้จัก  ที่เราคุ้นเคย ใส่ชุดนักเรียน ม. ปลาย อีกแล้ว  เจอกันที่โรงเรียน  เดินสวนกัน เข้าแถวด้วยกัน

ยินดีที่พี่เรียนจบ ได้เริ่มต้นชีวิตที่สถาบันใหม่..>>>จบจากรุ่นพี่  ไปเป็นรุ่นน้องต่างสถาบันอีกครั้ง

แต่อีกใจก็ไม่อยากให้ไป แฮะ     อยากอยู่ด้วยกันต่อ 

*ตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักพี่ ได้ยินเสียงพี่  จนวันสุดท้าย นาทีสุดท้ายที่พี่เดินออกจากโรงเรียนนี้ไป.... 

ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดกับพี่ซักคำเดียว   เฮ้ออออออ

เศร้า ชีวิต